ขบวนการทำงานผ่านการเล่นด้วยเลโก้ (LEGO® SERIOUS PLAY® (LSP))

LEGO® SERIOUS PLAY® (LSP) จาก “การเล่น” สู่เครื่องมือคิด สื่อสาร และแก้ปัญหาร่วมกันในองค์กร
การประชุมเพื่อวางกลยุทธ์ หรือแก้ปัญหาในองค์กรมีข้อจำกัดที่พบได้บ่อย เช่น คนบางคนพูดมากกว่าคนอื่น ผู้มีตำแหน่งสูงอาจมีอิทธิพลต่อการสนทนา ความคิดที่ซับซ้อนอธิบายเป็นคำพูดได้ยาก หรือทีมอภิปรายกันนานแต่ยังไม่เกิดความเข้าใจร่วมกัน LEGO® SERIOUS PLAY® (LSP) เป็นวิธีการอำนวยกระบวนการคิด การสะท้อน และการสนทนาแบบมีโครงสร้าง โดยให้ผู้เข้าร่วมใช้ตัวต่อ LEGO สร้าง โมเดลสามมิติที่เป็นตัวแทนของความคิด ประสบการณ์ หรือมุมมอง แล้วใช้โมเดลเหล่านั้นเป็นฐานในการเล่าเรื่อง แลกเปลี่ยน และสร้างความเข้าใจร่วมกัน LEGO Group อธิบายว่า LSP ช่วยเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วม เสนอความคิดเห็น และร่วมรับผิดชอบต่อแนวทางที่พัฒนาขึ้น ดังนั้น LSP ไม่ใช่เพียง “เอา LEGO มาเล่นในการประชุม” และไม่ควรอธิบายว่าเป็น Brainstorming ด้วย LEGO เท่านั้น แต่เป็น Facilitated Method ที่มีกระบวนการและหลักปฏิบัติเฉพาะ
จุดกำเนิดของ LEGO® SERIOUS PLAY®
LEGO Group ระบุว่าแนวคิดของ LSP เริ่มขึ้นใน ปี 1996 เมื่อ Johan Roos และ Bart Victor อาจารย์จาก IMD ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมกับ Kjeld Kirk Kristiansen เจ้าของ LEGO Group สำรวจแนวทางใหม่ในการทำ Strategic Planning โดยตั้งคำถามว่า หากตัวต่อ LEGO สามารถช่วยเด็กสร้างสิ่งที่อยู่ในจินตนาการได้ เหตุใดจึงไม่สามารถช่วยผู้ใหญ่สร้างและสื่อสารภาพของกลยุทธ์ในอนาคตได้เช่นกัน
Roos และ Victor พัฒนาแนวคิด Serious Play ในบริบทของ Strategy Making และในปี 1999 ได้ตีพิมพ์บทความ Towards a New Model of Strategy-making as Serious Play ใน European Management Journal ซึ่งกล่าวถึงการใช้การสร้าง การเล่าเรื่อง และการมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้ง เพื่อกระตุ้น Strategic Imagination และการสร้างกลยุทธ์ ต่อมาวิธีการได้รับการพัฒนาร่วมกับบุคลากรของ LEGO และนักวิชาการหลายคน ก่อนขยายไปสู่การใช้งานด้าน Strategy, Team Development, Problem Solving และ Organizational Development จึงไม่ควรระบุว่า LSP เป็นผลงานของบุคคลเพียงคนเดียว แต่เป็นผลจาก กระบวนการพัฒนาร่วมกันหลายช่วงเวลา

หัวใจของ LSP: คิดด้วยการสร้าง
สิ่งที่ทำให้ LSP แตกต่างจากการประชุมทั่วไปคือ ผู้เข้าร่วมไม่ได้เริ่มจากการอภิปรายด้วยคำพูด แต่เริ่มจากการ สร้างโมเดล โจทย์อาจเป็น “ทีมที่มีประสิทธิภาพสำหรับคุณมีลักษณะอย่างไร?” แทนที่จะให้สมาชิกยกมือแสดงความคิดเห็น Facilitator จะให้แต่ละคนสร้างโมเดลที่ตอบคำถามนั้น คนหนึ่งอาจสร้าง “สะพาน” เพื่อแทนการเชื่อมโยง อีกคนสร้าง “หอคอย” เพื่อแทนเป้าหมาย อีกคนสร้าง “กำแพง” เพื่อแทนอุปสรรค เมื่อสิ่งที่เป็นนามธรรมถูกทำให้กลายเป็นวัตถุที่มองเห็นได้ สมาชิกสามารถใช้โมเดลเป็นฐานในการอธิบายความหมายและสนทนากันได้ง่ายขึ้น เอกสาร Open Source ของ LEGO อธิบาย LSP ว่าเป็นวิธีที่ช่วยให้เกิด constructive reflection and dialogue โดยผู้เข้าร่วมสร้างโมเดลสามมิติที่แสดงความคิด การสะท้อน และแนวคิดของตนเอง
Core Process 4 ขั้นตอนหลักของ LEGO® SERIOUS PLAY®
หนึ่งในจุดที่บทความเดิมกล่าวไว้ค่อนข้างถูกต้องคือ ตั้งคำถาม → สร้างคำตอบ → แบ่งปัน → สะท้อน แต่สามารถปรับให้ตรงกับโครงสร้างของ LSP ได้ชัดเจนขึ้น
1. Challenge ตั้งโจทย์ Facilitator ตั้งคำถามหรือ Challenge ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของ Workshop เช่น “อะไรคืออุปสรรคสำคัญที่สุดต่อการให้บริการลูกค้าของเรา?” โจทย์ที่ดีควรเปิดพื้นที่ให้คิด ไม่ควรมีคำตอบที่ Facilitator เตรียมไว้แล้ว
2. Build สร้างโมเดล ผู้เข้าร่วมแต่ละคนใช้ LEGO สร้างโมเดลเพื่อแสดงคำตอบของตน ประเด็นสำคัญไม่ใช่ความสวยงามหรือทักษะการต่อ LEGO แต่คือ โมเดลนี้มีความหมายอะไรสำหรับผู้สร้าง? ดังนั้นไม่มีโมเดลที่ “ต่อผิด” เพียงเพราะไม่สวยหรือไม่เหมือนของคนอื่น
3. Share เล่าเรื่องและแบ่งปันความหมาย หลังสร้างเสร็จ ผู้เข้าร่วมอธิบายโมเดลของตนเอง
ตัวอย่าง “ชิ้นสีแดงนี้แทนลูกค้าที่กำลังรอ ส่วนกำแพงนี้แทนขั้นตอนอนุมัติที่ทำให้งานล่าช้า” โมเดลจึงทำหน้าที่เป็น ภาษากลางในการสนทนา และที่สำคัญ ผู้สร้างเป็นผู้กำหนดความหมายของโมเดล ไม่ใช่ให้คนอื่นตีความแทน
4. Reflect สะท้อนและตั้งคำถาม ทีมร่วมกันตั้งคำถาม สังเกตความสัมพันธ์ และสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากโมเดล จากนั้นอาจเริ่ม Challenge รอบใหม่
จึงเกิดวงจร Challenge → Build → Share → Reflect → New Challenge นี่คือ Core Process ที่ทำให้ LSP เป็น Method มากกว่าการนำ LEGO มาใช้ประกอบกิจกรรมทั่วไป จาก Individual Model สู่ Shared Model LSP สามารถพัฒนากระบวนการให้ลึกกว่าการสร้างโมเดลรายบุคคล
ตัวอย่าง ทีมถูกถามว่า “อะไรคือปัจจัยสำคัญของ Customer Experience ที่ดี?” สมาชิกแต่ละคนสร้าง Individual Model ก่อน จากนั้นจึงนำแนวคิดสำคัญมารวมกันเป็น Shared Model ระหว่างกระบวนการ ทีมต้องอภิปรายว่า อะไรควรอยู่ในโมเดลร่วม? อะไรคือองค์ประกอบสำคัญ? องค์ประกอบต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร? จุดนี้มีคุณค่ามาก เพราะ Shared Model ไม่ได้เกิดจากการที่หัวหน้าประกาศว่า “เอาตามความคิดผม” แต่เกิดจากการนำความหมายจากหลายคนมาพัฒนาเป็น Shared Understanding
ทำไมต้องใช้ LEGO?
สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวต่อเพียงอย่างเดียว แต่คือการใช้วัตถุเพื่อช่วยทำให้ความคิดที่เป็นนามธรรม มองเห็น จับต้อง และอภิปรายได้
ตัวอย่าง หากถามว่า “องค์กรของเราในอีก 5 ปีควรเป็นอย่างไร?” คำตอบแบบการประชุมทั่วไปอาจเป็น “Digital Organization” “Customer Centric” “Agile” “Innovation” คำเหล่านี้ฟังดูดี แต่แต่ละคนอาจตีความไม่เหมือนกัน LSP บังคับให้ผู้เข้าร่วมแปลงแนวคิดเหล่านั้นเป็นโมเดลและอธิบายว่า Digital หมายถึงอะไร? ลูกค้าอยู่ตรงไหนในระบบ? ใครเชื่อมกับใคร? อะไรคืออุปสรรค? ถ้าส่วนหนึ่งเปลี่ยน ระบบส่วนอื่นได้รับผลอย่างไร? ความคิดจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากคำกว้าง ๆ ไปสู่ ความหมายที่ทีมสามารถอภิปรายร่วมกันได้
LSP ช่วยเรื่องการมีส่วนร่วมอย่างไร?
ในการประชุมทั่วไปมักเกิดรูปแบบที่คนเพียงไม่กี่คนเป็นผู้พูด ขณะที่สมาชิกบางส่วนแทบไม่มีโอกาสนำเสนอความคิดเห็น LSP ถูกออกแบบให้สมาชิกสร้างและแบ่งปันโมเดลของตนเอง ทำให้กระบวนการสนทนาไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับผู้ที่พูดเก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว LEGO Group เองชี้ถึงเป้าหมายของวิธีการในการส่งเสริมให้ทุกคน participate, contribute and commit จุดแข็งจึงไม่ใช่เพียง Hands-on แต่คือการออกแบบกระบวนการที่พยายามสร้าง Everyone Builds → Everyone Shares → Everyone Reflects
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกล่าวเกินหลักฐานว่า LSP จะทำให้ทุกคนมีส่วนร่วม “100%” ในทุกสถานการณ์ เพราะคุณภาพของ Workshop ยังขึ้นอยู่กับ Facilitator, Question Design, Group Dynamics, เวลา และบริบทขององค์กรด้วย
LSP ใช้กับงานอะไรได้บ้าง?
LSP สามารถประยุกต์กับปัญหาที่ต้องการให้คนหลายฝ่ายสร้างความเข้าใจร่วมกัน เช่น การพัฒนากลยุทธ์ การสร้าง Vision การพัฒนาทีม การวิเคราะห์ปัญหา การออกแบบ Customer Experience การสร้างนวัตกรรม หรือการสำรวจ Scenario ในอนาคต
ตัวอย่างเช่น องค์กรกำลังนำ AI มาใช้ แทนที่จะเริ่มประชุมว่า “AI ตัวไหนดีที่สุด?” Facilitator อาจให้สมาชิกสร้างโมเดลตอบว่า “องค์กรที่ใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิผลในอีก 3 ปีควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง?” ฝ่าย IT อาจสร้าง Data Platform ฝ่าย HR สร้าง Skills ฝ่ายบริหารสร้าง Governance ฝ่ายงานสร้าง Business Process ฝ่ายกฎหมายสร้าง Privacy และ Risk Control เมื่อรวมโมเดล ทีมอาจพบว่า “AI Transformation” ไม่ใช่เรื่อง Technology เพียงอย่างเดียว แต่เป็นระบบที่ประกอบด้วย People + Process + Data + Technology + Governance
นี่เป็นตัวอย่าง การประยุกต์ LSP กับบริบทปัจจุบัน ไม่ใช่ Framework ด้าน AI ที่ LEGO หรือผู้พัฒนา LSP เป็นผู้เสนอ
สิ่งที่ควรระวังในการใช้ LEGO® SERIOUS PLAY®
LSP มีประโยชน์ แต่ไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะกับทุกปัญหา หากต้องการคำนวณต้นทุน วิเคราะห์ยอดขาย Forecast Demand หรือทดสอบสมมติฐานทางสถิติ เครื่องมืออย่าง Data Analytics, Statistical Analysis หรือ Financial Model ย่อมเหมาะกว่า
LSP มีคุณค่ามากในปัญหาที่มี หลายมุมมอง + ความซับซ้อน + ความหมายที่ต้องตีความ + ความต้องการสร้างความเข้าใจร่วมกัน และไม่ควรกล่าวอย่างเด็ดขาดเหมือนบทความเดิมว่า LSP สามารถทำให้ “เข้าใจปัญหาในหนึ่งวันแทนหนึ่งสัปดาห์” หรือให้ผลที่ “ไม่สามารถพบได้ด้วยวิธีอื่น” เพราะเป็นคำกล่าวที่แรงเกินหลักฐานที่มีอยู่ คำอธิบายที่เหมาะสมกว่าคือ
LSP เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยเพิ่มคุณภาพของการคิด การสื่อสาร และการสร้างความเข้าใจร่วมกัน เมื่อใช้กับโจทย์และบริบทที่เหมาะสม
Facilitator สำคัญพอ ๆ กับ LEGO
การมี LEGO จำนวนมากไม่ได้ทำให้ Workshop กลายเป็น LEGO® SERIOUS PLAY® โดยอัตโนมัติ เอกสาร Open Source ของ LEGO ระบุชัดว่า วิธีการประกอบด้วยทั้ง Process Structure และ Bricks และหากไม่มี Framework ของกระบวนการ ก็ไม่ถือเป็นกระบวนการ LSP ตามแนวทางดังกล่าว Facilitator จึงมีหน้าที่สำคัญในการออกแบบ Challenge, รักษากติกาของกระบวนการ, เปิดพื้นที่ให้สมาชิกทุกคน, ถามคำถามที่ช่วยให้เกิด Reflection, ไม่ตีความโมเดลแทนผู้สร้าง และเชื่อมสิ่งที่เกิดขึ้นกลับไปสู่วัตถุประสงค์ของ Workshop
ดังนั้นคุณค่าของ LSP ไม่ได้เกิดจาก LEGO Bricks เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก Good Question + Structured Process + Building + Storytelling + Reflection + Skilled Facilitation LSP ช่วยให้คนใช้โมเดลในการสื่อสารความคิดและสร้างความเข้าใจร่วมกัน
LEGO® SERIOUS PLAY® คือการทำให้ “ความคิด” กลายเป็นสิ่งที่ทีมมองเห็นร่วมกัน
แก่นสำคัญของ LEGO® SERIOUS PLAY® ไม่ได้อยู่ที่ LEGO แต่คือ กระบวนการคิดและสนทนาแบบมีโครงสร้าง ผู้เข้าร่วมได้รับ Challenge แล้ว สร้าง ความคิดออกมาเป็นโมเดล เล่า ความหมายของโมเดล ฟัง มุมมองของผู้อื่น และ สะท้อน เพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ร่วมกัน
จึงสรุปได้เป็น Challenge → Build → Share → Reflect → Shared Understanding
LSP เหมาะอย่างยิ่งเมื่อองค์กรกำลังเผชิญโจทย์ที่ไม่มีคำตอบเดียว ต้องการมุมมองจากคนหลายฝ่าย หรือต้องการทำให้แนวคิดที่เป็นนามธรรม เช่น Strategy, Vision, Culture หรือ Customer Experience กลายเป็นสิ่งที่สามารถมองเห็น อธิบาย และอภิปรายร่วมกันได้ และนี่คือความหมายที่แท้จริงของคำว่า Serious Play — เล่นอย่างมีเป้าหมาย เพื่อคิดเรื่องที่จริงจังให้ลึกและร่วมกันมากขึ้น
#LEGOSeriousPlay #LSP #SeriousPlay #BusinessManagement #Strategy #StrategicThinking #Innovation #ProblemSolving #Teamwork #Facilitation #DesignThinking #OrganizationalDevelopment #SharedUnderstanding #BusinessStrategy #iok2u



.
-------------------------
ที่มาข้อมูล
- LEGO Group – What is LEGO SERIOUS PLAY?
- LEGO SERIOUS PLAY Open Source Guide
ภาพและรวบรวมข้อมูล
-------------------------
สนใจเรื่องราว การจัดการธุรกิจ (Business Management) เพิ่มเติมคลิกที่นี่
การจัดการธุรกิจ (Business Management)
-------------------------
